วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

Technology Lesson 5 : กลุ่มผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์

กลุ่มผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์


สร้างและประกาศตัวตน


  • Facebook (เฟซบุ๊ก) เป็นบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ เปิดให้บริการเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 เจ้าของคือ Facebook, Inc. ผู้ก่อตั้งคือ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ปัจจุบันเป็นที่นิยมและมีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • Twitter (ทวิตเตอร์) เป็นบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ประเภทไมโครบล็อก จัดเป็นบล็อกขนาดเล็ก มีคุณสมบัติคล้ายกับบล็อกทั่วไป ทวิตเตอร์ก่อตั้งเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2549 โดย แจ็ก คอร์ซีย์, บิซ สโตน และ อีวาน วิลเลียมส์ เจ้าของบริษัท Obvious Corp ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา 
  • Bloggang (บล็อกแก๊ง) เป็นบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ประเภทบล็อกของประเทศไทยที่เปิดบล็อกเพื่อให้บริการกับผู้ใช้ เพื่อให้ผู้ใช้นำเสนอเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆ ของผู้ใช้ในรูปแบบของบทความ กราฟิก หรือวิดีโอ และอนุญาตให้ผู้อื่นที่เข้ามาดูบล็อกนั้นๆ สามารถเขียนความคิดเห็นต่างๆ ลงไปได้

สร้างและประกาศผลงาน



  • YouTube (ยูทูบ) เป็นเว็บไซต์ประเภทแชร์ไฟล์วิดีโอ ก่อตั้งเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 โดย แชด เฮอร์ลีย์ สตีฟ เชง และยาวีด คาริม ยูทูบมีบริการเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดและแลกเปลี่ยนคลิปวิดีโอผ่านทางเว็บไซต์ รวมถึงการสร้างรายการโทรทัศน์ มิวสิกวิดีโอ วิดีโอจากสมาชิก งานโฆษณา ผ่านเว็บยูทูบ
  • Flickr (ฟลิคเกอร์) เป็นบริการเครือข่ายสังคมประเภทแชร์รูปภาพ มีต้นกำเนิดจากประเทศแคนาดา บริษัทลูดิคอร์ป (Ludicorp) เป็นผู้พัฒนาโดย Catherina Fake และ Stewart Butterfield ได้พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลโดยคำนึงถึงระดับของผู้ใช้งาน เพื่อให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันทั้งหมด


ความชอบหรือคลั่งไคล้ในสิ่งเดียวกัน


  • Ning (หนิง) เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับบุคคลและองค์กรในการสร้างเครือข่ายทางสังคมที่กำหนดเอง เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2548 หนิงได้ร่วมก่อตั้งโดย Marc Andreessen และ Gina Bianchini หนิงเป็นเว็บสำหรับผู้ที่ชอบอะไรที่เหมือนกัน และสร้างชุมชนเพื่อตอบสนองความสนใจและความต้องการของกลุ่ม
  • Digg (ดิกก์) เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ผู้ก่อตั้งคือ เควิน โรส เจ้าของคือ Digg, Inc. ดิกก์เป็นเว็บไซต์ประเภทชุมชนเนื้อหาที่เกี่ยวกับข่าวเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ โดยนำเอาการคั่นหน้าเว็บผสมกับบล็อก เพื่อให้มีการเชื่อมโยงเนื้อหาเว็บเข้าด้วยกัน
  • Pantip (พันทิป) เป็นเว็บไซต์ของประเทศไทยที่ให้บริการกระดานข่าวสำหรับผู้ที่ ชื่นชอบในเรื่องเดียวกัน ก่อตั้งโดยนายวันฉัตร ผดุงรัตน์ เปิดตัวเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2546 พันทิปให้บริการผู้ใช้โดยจัดให้มีห้องสนทนาเป็นกลุ่มใหญ่ครอบคลุมเรื่องต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ การเมือง ความรู้ กีฬา บันเทิง ศาสนา ความงาม และกฎหมาย เป็นต้น

เวทีทำงานร่วมกัน


  • Wikipedia (วิกิพีเดีย) เป็นโครงการสารานุกรมเนื้อหาเสรีหลายภาษาบนเว็บไซต์ เปิดตัวในปี พ.ศ. 2544 โดย จิมมี เวลส์ และแลร์รี แซงเจอร์ คำว่า "วิกิพีเดีย" มาจากการผสมคำว่า wiki ซึ่งเป็นลักษณะของการสร้างเว็บไซต์แบบมีส่วนร่วม เป็นคำในภาษาฮาวายที่แปลว่า "เร็ว" และคำว่า encyclopedia ที่แปลว่าสารานุกรม 
  • Google Earth (กูเกิล เอิร์ธ) พัฒนาโดยบริษัทกูเกิล เป็นซอฟต์แวร์สำหรับให้บริการดูแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศจากทั่วโลก และผังเมืองซ้อนทับลงในแผนที่รวมทั้งระบบจีไอเอส (GIS) ในรูปแบบ 3 มิติ 

ประสบการณ์เสมือนจริง


  • Second Life (เซคันด์ไลฟ์) พัฒนาโดยบริษัทลินเดนรีเสิร์ช เซคันด์ไลฟ์ได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมที่เรียกว่า ไซเบอร์พังก์ (cyberpunk) และนวนิยายของนีล สตีเฟนสัน (Neal Stephenson) เรื่อง Snow Crash ให้บริการเมื่อ พ.ศ. 2546 เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ช่วยในการร่วมสร้างประสบการณ์เสมือนจริง 
  • World of Warcraft เกมรูปแบบ Massively multiplayer online game (MMORG) ในจักรวาลของ warcaft พัฒนาโดย Blizzard Entertainment เริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 สร้างโดยนำบรรยากาศในซีรีย์ Warcraft จำลองไว้ในเกม และได้จัดทำเป็นเกม 3 มิติโดยผู้เล่นนำเสนอตัวตนตามบทบาทในเกม ทำให้ผู้เล่นสามารถติดต่อปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นคนอื่นๆ ได้เสมือนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง 

เครือข่ายเพื่อการประกอบอาชีพ

  • ลิงค์อิน (LinkedIn) เป็นเว็บไซต์เครือข่ายสังคมที่ให้บริการเพื่อการประกอบอาชีพเน้นด้านเครือข่ายธุรกิจ โดยจุดประสงค์หลักของลิงค์อินเพื่อให้บริการแก่ให้ผู้ใช้ที่ลงทะเบียนกับทางเว็บไซต์แล้ว ผู้ใช้จะสามารถสร้างรายการส่วนตัวเกี่ยวกับอาชีพสำหรับติดต่อกับผู้อื่นหรือกับบริษัทต่างๆ และเป็นการสร้างเครือข่ายทางอาชีพของผู้ใช้เอง

เครือข่ายที่เชื่อมต่อกันระหว่างผู้ใช้


  • Sky (สไกป์)เป็นโปรแกรมที่ให้ผู้บริการผู้ใช้สำหรับสนทนาโทรศัพท์ สนทนาแบบวิดีโอ ส่งข้อความผ่านอินเทอร์เน็ต สไกป์ก่อตั้งโดย Niklas Zennström และ Janus Friis ชาวสวีเดน หน้าที่ของสไกป์คือ ให้บริการผ่านทางคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งสู่คอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งเป็นเสียงและภาพขณะสนทนา การส่งข้อความ และการส่งข้อมูลในรูปแบบไฟล์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 
  • BitTorrent (บิตทอร์เรนต์) เป็นโพรโทคอลรูปแบบ peer-to-peer ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยกันโดยตรงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ถูกพัฒนาตั้งแต่เดือน เมษายน พ.ศ. 2544 จากความคิดของแบรม โคเฮน (Bram Cohen) ที่ต้องการให้การส่งผ่านข้อมูลสามารถอำนวยประโยชน์ได้ทั้งขาเข้าและขาออก เครือข่ายของการใช้โปรแกรมบิตทอร์เรนต์นั้นเป็นลักษณะโยงใยถึงกันหมดทุกเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถรับส่งไฟล์ถึงกันได้ตลอดเวลา








วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556

Technology Lesson 5 : ประเภทของเครือข่ายสังคมออนไลน์

ประเภทของเครือข่ายสังคมออนไลน์

          สามารถแบ่งของเขตตามการใช้งาน โดยดูวัตถุประสงค์หลักของการเข้าใช้งาน และคุณลักษณะของเว็บไซต์ที่มีร่วมกัน กล่าวคือ วัตถุประสงค์ของการเข้าใช้งานมีเป้าหมายในการใช้งานไปในทางเดียวกัน มีการแบ่งประเภทของเครือข่ายสังคมออนไลน์ออกตามวัตถุประสงค์ของการเข้าใช้งานได้ 7 ประเภท

1.สร้างและประกาศตัวตน

          ใช้สำหรับให้ผู้เข้าใช้งานได้มีพื้นที่ในการสร้างตัวตรขึ้นมาบนเว็บไซต์ และสามารถจะเผยแพร่เรื่องราวของตนผ่านทางอินเทอร์เน็ทโดยลักษณะของการเผยแพร่อาจเป็นรูปภาพ วิดีโอ การเขียนข้อความลงในบล็อกอีกทั้งยังเป็นเว็บที่เน้นการหาเพื่อนใหม่หรือการค้นหาเพื่อนเก่าที่ขาดการติดต่อ การสร้างประวัติของตนเอง เช่น facebook, google+, friendster, myspace, Hi5 เป็นต้น
          ส่วนการสร้างและประกาศตัวตนผ่านการเขียนบทความ มีลักษณะเป็นระบบการจัดการเนื้อหาให้ผู้ใช้สามารถสร้างบทความที่เรียกว่าโพสต์และทำการเผยแพร่บทความของตนเองผ่านเว็บผู้ให้บริการถูกกนำมาใช้ได้ใน 2 รูปแบบ
  • Blog - มาจากคำว่า Weblog (web+log) ที่เป็นเสมือนบันทึกหรือรายละเอียดข้อมูลที่เก็บไว้ ผู้ที่ทำหน้าที่หลักเรียกว่า Blogger เขียนบันทึกเหตุการณ์ที่อยากห้คนอ่านได้รับรู้ หรือเป็นการเสนอมุมมองและแนวความคิดของตน ลักษณะเด่นคือจะมีการอัพเดทเนื้อหาประจำ ทั้งนี้จะมีกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในเนื้อหาเหล่านั้นโดยเฉพาะ บทความที่เขียนขึ้นใหม่ จัดเรียงลำดับก่อนหลังตามวันเวลาที่ผู้เขียนบล๋อกโพสต์ลงไป
  • Micro Blog - มีลักษณะเด่นโดยการให้ผู้โพสต์ข้อความจำนวนสั้นๆผ่านเว็บผู้ให้บริการและสามารถกำหนดให้ส่งข้อความนั้นๆไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ เช่น Twitter

2.สร้างและประกาศผลงาน

          เป็นสังคมสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการแสดงออกและนำเสนอผลงานของตัวเอง สามารถแสดงงานได้จากทั่วมุมโลก จึงมีเว็บไซต์ที่ให้บริการพื้นที่เสมือนเป็นแกลเลอรี่ ที่ใช้จัดโชว์ผลงานของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น วิดีโอ รูปภาพ เพลง อีกทั้งยังมีจุดประสงค์หลักเพื่อแชร์เนื้อหาระหว่างผู้ใช้เว็บที่ใช้ฝากหรือแบ่งปัน โดยใช้วิธีเดียวกันกับเว็บฝากภาพ แต่เว็บนี้เน้นเฉพาะไฟล์ที่เป็นมัลติมีเดีย ซึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ชนิดนี้ได้แก่ YouTube, Flickr, Multiply, Photobucket, Slideshare เป็นต้น

3.ความชอบในสิ่งเดียวกัน

          เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ทำหน้าท่เก็บในสิ่งที่ชอบไว้บนเครือข่าย เป็นการสร้างที่คั่นหนังสือออนไลน์ มีแนวคิดเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเก็บหน้าเว็บเพจที่คั่นไว้ในเครื่องคนเดียวก็นำมาเก็บไว้ในเว็บไซต์ได้ เพื่อที่จะได้เป็นการแบ่งปันให้กับคนที่มีความชอบในเรื่องเดียวกัน สามารถใช้เป็นแหล่งอ้างอิงในการเข้าไปหาข้อมูลได้ และนอกจากนี้ยังสามารถโหวตเพื่อให้คะแนนกับที่คั่นหนังสือออนไลน์ที่ผู้ใช้คิดว่ามีประโยชน์และเป็นที่นิยม ซึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ชนิดนี้ได้แก่ Digg, Zickr, Ning, del.icio.us, Catchh, Reddit เป็นต้น

4.เวทีทำงานร่วมกัน

          เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ต้องการความคิด ความรู้ และการต่อยอดจากผู้ใช้ที่เป็นผู้มีความรู้ เพื่อให้ความรู้ที่ได้ออกมามีกำารปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และเกิดการพัฒนาในที่สุด ซึ่งหากลองมองจากแรงจูงใจที่เกิดขึ้นแล้ว คนที่เข้ามาในสังคมนี้มันจะเป็นคนที่มีความภูมิใจที่ได้เผยแพร่สิ่งทีตนเองรู้ และทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมเพื่อรวบรวมข้อมูลความรู้ในเรื่องต่างๆในลักษณะเนื้อหา ทั้งวิชาการ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สินค้า หรือบริการ โดยส่วนใหญ่มักเป็นนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ชนิดนี้ได้แก่ Wikipedia, Google earth, Google maps เป็นต้น

5.ประสบการณ์เสมือนจริง

          เป็นลักษณะเกมออนไลน์ ซึ่งเป็นเว็บที่นิยมมากเพราะเป็นแหล่งรวบรวมเกมไว้มากมาย มีลักษณะเป็นวิดีโอเกม ที่สามารถเล่นบนอินเทอร์เน็ท เกมออนไลน์นี้มีลักษณะเป็น 3 มิติที่ผู้ใช้นำเสนอตัวตนตามบทบาทในเกม ผู้เล่นสามารถติดต่อปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นคนอื่นๆได้ เสมือนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง สร้างความรู้สึกสนุก เหมือนได้มีสังคมของผู้เล่นที่ชอบในแบบเดียวกัน อีกทั้งยังมีกราฟิกทีสวยงานดึงดูดความสนใจและมีกิจกรรมต่างๆให้ผู้เล่นรู้สึกบันเทิง เช่น Second life, C9, Yulgang, World of Warcraft เป็นต้น

6.เครือข่ายเพื่อประกอบอาชีพ

          เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อการทำงาน โดยจะเป็นการนำประโยชน์จากเครือข่ายออนไลน์มาใช้ในการเผยแพร่ประวัติผลงานของตนเอง และสร้างเครือข่ายเข้ากับผู้อื่น นอกจากนี้้บริษัทที่ต้องการคนมาร่วมงานสามารถเข้ามาหาจากประวัติของผู้ใช้ที่อยู่ในเครือข่ายสังคออนไลน์นี้ได้ ผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ชนิดนี้คือ Linkedin เป็นต้น

7.เครือข่ายที่เชื่อมต่อกันระหว่างผู้ใช้

          เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์แห่งการเชื่อมต่อกันระหว่างเครื่องผู้ใช้เข้าด้วยกันเองโดยตรง จึงทำให้เกิดการสื่อสารหรือแบ่งปันข้อมูลต่างๆได้อย่างรวดเร็ว และตรงถึงผู้ใช้ทันที ซึ่งผู้ให้บริการสังคมออนไลน์ชนิดนี้ได้แก่ Skype และ BitTorrent เป็นต้น

Technology Lesson 4 : การป้องกันภัยจากอินเทอร์เน็ท

การป้องกันภัยจากอินเทอร์เน็ท

วิธีการป้องกันภัยจากอินเทอร์เน็ท


  • การประเมินความเสี่ยง - คือการพิจารณาถึงภัยคุกคามประเภทต่างๆท่อาจเกิดขึ้นกับระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายขององค์กร เพื่อหาทางป้องกันได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับเวลาและต้นทุนที่ต้องนำมาจัดการ
  • นโยบายความมั่นคงปลอดภัย - กำหนดข้อบังคับตามความต้องการ ด้านความปลอดภัย และการควบคุมขององค์กร พร้อมทั้งกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ละเมิดนโยาย เช่น เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล องค์กรจำเป็นต้องบล็อกอีเมล์ที่แนบไฟล์ .exe
  • การให้ความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัย - เป็นการให้ความรู้ เช่น การฝึกอบรมด้านความั่นคงปลอดภัยเพื่อสร้างความตระหนักแก่ผู้ใช้บริการ
  • การป้องกัน ทำได้โดยการติดตั้ง firewall - ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลที่ผ่านเข้าออกระหว่งระบบเครือข่าย ติดตั้ง antivirus software เพื่อป้องกันการโจมตีจากสปายแวร์ มีการซ่อมแซมซอฟต์แวร์และเครือข่ายอยู่เสมอ ตรวจสอบการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ และจัดให้มีการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยเป็นระยะ
  • ระบบการตรวจจับการบุกรุก - คือระบซอฟต์แวร์ที่ติดตามการจราจรและพฤติกรรมที่น่าสงสัยในเครือข่าย จะทำการแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลระบบทันทีที่พบการบุกรุก ในบางกรณีระบบ IDS จะมีการตอบสนองการจราจรที่ไม่พึงประสงค์ เช่น สกัดกั้นการจราจรดังกล่าวไม่ให้เข้าถึงผู้ใช้ หรือหมายเลข IP ที่แท้จริงได้
  • Honey pot - คือระบบหลุมพรางที่อกแบบมาให้เป็นเหยื่อล่อผู้โจมตีให้หันมาโจมตีเครื่อง honey pot แทนที่จะโจมตีระบบสำคัญขององค์กร เป็นระบบที่ช่วยรักษาความปลอดภัยที่สามารถตั้งค่าของระบบ เช่น อาจใช้เพื่อป้องกันหรือตรวจจับการบุกรุกหรือเพื่อรวบรวมข้อมูลการบุกรุก


การป้องกันสปายแวร์ด้วย Windows defender มีหน้าที่ดังนี้


  • spyware protection - ช่วยป้องกันข้อมูลและคอมพิวเตอร์โดยมีหลักในการทำงาน คือ ค้นหาหรือสแกน กำจัดโปรแกรมจำพวกสปายแวร์ และป้องกันกับ real-time โดยเฝ้าระวังสิ่งแปลกปลอมที่พยายามบุกรุกเข้ามาในเครื่องคอมพิวเตอร์
  • scanning and removing spyware - ในระหว่างการสแกน โปรแกรมจะตั้งค่าอันตรายให้กับสิ่งที่ตรวจพบโดยอัตโนมัติ ว่าควรอยู่ในระดับใด เช่น high ต้องลบทิ้งทันที medium ปานกลาง หรือ low ไม่ค่อยมีอันตราย

Technology Lesson 4 : อินเทอร์เน็ทความเร็วสูง

อินเทอร์เน็ทความเร็วสูง

         การให้บริการอินเทอร์เน็ทความเร็วสูงมักใช้เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลความเร็วสูง หรือที่เรียกว่าการรับส่งข้อมูลแบบบรอดแบรนด์ ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เช่น

  • ระบบ ISDN
  • ระบบ ADSL
  • เคเบิลโมเด็ม
  • อินเทอร์เน็ทผ่านดาวเทียม
  • WiMAX
  • 3G

ระบบ ISDN

         เป็นการเชื่อมต่อสายโทรศัพท์ระบบใหม่ที่รับส่งสัญญาณเป็นดิจิทัลทั้งหมด อุปกรณ์ และชุมสายโทรศัพท์จะเป็นอุปกรณ์ที่สนับสนุนระบบของ ISDN โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องโทรศัพท์และโมเด็มสำหรับ ISDN
การให้บริการ ISDN แบ่งได้ 2 แบบคือ

BAI(basic access interface)

         เป็นบริการคู่สาย ISDN สำหรับบ้านหรือองค์กรขนาดเล็ก 1คู่สายสามารถรองรับได้ถึง 8 อุปกรณ์แต่สามารถใช้พร้อมกันได้เพียง 2 อุปกรณ์ มีการแบ่งการรับส่งข้อมูลออกเป็น 64 Kbps ดั้งนั้นถ้าใช้โทรศัพท์ ISDN ต่ออินเทอร์เน็ทจะได้ความเร็วถึง 128 Kbps เมื่อใช้พร้อมกันทั้ง 2 ช่องสัญญาณ

PRI(primary rate interface)

         เป็นการให้บริการคู่สาย ISDN สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ แบ่งการรับส่งข้อมูลออกเป็น 30 ช่องสัญญาณ ความเร็วในช่องละ 64 Kbps ถ้าใช้พร้อมกันหมดจะได้ความเร็วในการรับส่งข้อมูล 2.048Mbps

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทด้วยระบบ ISDN


  • Network Terminal (NT) - เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ต่อจากชุมสาย ISDN เข้ากับอุปกรณ์ดิจิทัลของ ISDN โดยเฉพาะ เช่น เครื่องโทรศัพท์ดิจิทัล เครื่องแฟกซ์ดิจิทัล
  • Terminal Adapter(TA) - เป็นอุปกรณ์แปลงสัญญาณเพื่อมช้ต่อ NT เข้ากับอุปกรณ์ที่ใช้กับโทรศัพท์บ้านระบบเดิม และทำหน้าที่เป็น ISDN modem ที่มีความเร็ว 64-128 Kbps
  • ISDN card เป็นการ์ดที่ต้องเสียบในแผงวงจรหลักในคอมพิวเตอร์เพื่อต่อกับ NT โดยตรงในกรณีที่ไม่ใช้ Terminal Adapter


ระบบ ADSL

         เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทผ่านสายโทรศัพท์แบบเดิม แต่ใช้การส่งด้วยความถี่สูงกว่าระบบโทรศัพท์แบบเดิม ชุมสายโทรศัพท์ให้บริการหมายเลข ADSL จะมีการติดตั้งอุปกรณ์ คือ DSLAM เพื่อทำการแยกสัญญาณความถี่สูง ออกจากระบบโทรศัพท์เดิมและลัดเข้าเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ทโดยตรง ส่วนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ทจะต้องมี ADSL modem ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทผ่าน ADSL มีความเร็วท่ 128/128 Kbps 256/256 Kbps และ 512/512 Kbps

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทแบบ ADSL

ADSL modem - ทำหน้าที่ในการแปลงสัญญาณ ซึ่งมีทั้งแบบที่ต่อกับสาย LAN หรือสายที่ต่อกับพอร์ท USB ส่วนคอมพิวเตอร์ต้องใช้โปรโตคอล PPPoE
Splitter - ทำหน้าที่แนกสัญญาณความถี่สูงของ ADSL จากสัญญาณโทรศัพท์แบบธรรมดาโดยใช้อุปกรณ์นี้ทำหน้าที่ย่านความถี่ต่ำ ให้กับโทรศัพท์บ้านและแยกความถี่สูงๆให้กับโมเด็ม ADSL

เคเบิลโมเด็ม

         เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทด้วยความเร็วสูงโดยไม่ใช้สายโทรศัพท์ แต่อาศัยเครือข่ายของผู้ให้บริการเคเบิลทีวี ความเร็วของการใช้เคเบิลโมเด็มในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทจะทำให้ความเร็วสูงถึง 2/10 Mbps (Upload2Mbps/Download10Mbps)

องค์ประกอบของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทด้วยเคเบิลโมเด็ม

         ต้องมีการเดินสายเคเบิลตจากผู้ให้บริการเคเบิลมาถึงบ้าน ซึ่งเป็นสายโคแอกเชียล (coaxial) ตัวแยกสัญญาณ (splitter) และ cable modem ทำหน้าที่แปลงสัญญาณ

อินเทอร์เน็ทผ่านดาวเทียม

         เป็นบริการอินเทอร์เน็ทความเร็วสูงโดยใช้ดาวเทียม มีให้บริการ 2 แบบคือ

  1. Oneway - คือการส่งข้อมูลผ่านดาวเทียมแบบทางเดียว (downstream) มีความเร็วประมาณ 8 Mbps ซึ่งเร็วกว่าการเชื่อมต่อแบบเดิม 5-8 เท่า แต่การเรียกดูข้อมูลจากอินเทอร์เน็ทต้องอาศัยการหมุนโทรศัพท์ผ่านโมเด็มเพื่อเรียกไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ทแบบธรรมดา เพื่อแจ้งข้อมูลที่ต้องการก่อนทำการส่งข้อมูลมายังจานรับสัญญาณได้ถูกต้อง เช่น iPTV ของบริษัท cs loxinfo ที่เรียกว่าระบบ turbo internet โดยผ่านการรับสัญญาณจากดาวเทียมไทยคม
  2. Twoway - คือการส่งข้อมูลทั้งแบบ downstream และ upstream ผ่านดาวเทียมทั้งหมด โดยจานรับสัญญาณ จะเป็นช่องทางส่งข้อมูลขึ้น และรับสัญญาณได้ตามปกติ แต่มีข้อจำกัดคือราคาอุปกรณ์และค่าบริการมีราคาสูง เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่อยู่ในบริเวณพื้นที่สายโทรศัพท์เข้าไม่ถึงหรือพื้นที่ห่างไกล เป็นการให้บริการแบบไม่จำกัดพื้นที่ เช่น ระบบ iPSTAR ของบริษัท cs loxinfo โดยผ่านการรับสัญญาณจากดาวเทียม iPSTAR


WiMAX

         คือเทคโนโลยีสำหรับบรอดแบนด์ไร้สาย ถ้าต้องการใช้งานต้องทำการเชื่อมต่อกับสายเคเบิล โดยใช้ T1, DSL หรือโมเด็มเคเบิล WiMAX เป็นมาตรฐานที่มีวิวัฒนาการสำหรับการสร้างเครือข่ายไร้สายแบบหนึ่งจุดเชื่อมต่อไปยังอีกหลายจุด (P2MP) และทำงานได้ในระยะทางไกล นอกจากการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ได้ในรัศมีทางไกล WiMAX ยังมีแอปพลิเคชันที่หลากหลาย มีช่องทางการสื่อสารภาคพื้นดินไร้สาย และสามารถเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูงอย่างที่องค์กรธุรกิจต่างๆต้องการ เมื่อมีการนำ WiMAX มาใช้ สถานีผู้ให้บริการจะสามารถแผ่ขยายการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทความเร็วสูงไปยังบ้านและธุรกิจในรัศมี 50 กิโลเมตร ทำให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็น WiMAN และเป็นเครือข่ายการสื่อสารไร้สายอย่างแท้จริง

Technology Lesson 4 : การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ท

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ท

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทแบบใช้สาย (wire internet) แบ่งเป็น

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทรายบุคคล

          คือ การเชื่อมต่อินเทอร์เน็ทจากที่บ้าน หรือเรียกว่า dial-up ที่ต้องอาศัยคู่สายโทรศัพท์ในการเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ท ผู้ใช้ต้องสมัครเป็นสมาชิกกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ทก่อน จากนั้นจะได้เบอร์โทรศัพท์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ท รหัสผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) ผู้ใช้จะเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ทได้โดยใชเโมเด็มที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ หมุนไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ท จากนั้นจึงสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ทได้

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทแบบองค์กร

          จะพบได้ทั่วไปตามหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน หน่วยงานต่างๆเหลือนี้จะมีเครือข่ายท้องถิ่นเป็นของตัวเองซึ่งเครือข่ายท้องถิ่นจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทตลอดเวลา ผ่านวงจรเช่าวิธีนี้จะพบได้ในหน่วยงานขนาดใหญ่ เช่น สถาบันการศึกษา ร้านอินเทอร์เน็ทคาเฟ่ ตลอดจนบ้านที่มีคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่อง ดังนั้นบุคลากรในหน่วยงานจึงสามารถใช้อินเทอร์เน็ทได้ตลอดเวลา

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทแบบไร้สาย (wireless internet) แบ่งเป็น

การเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่

          การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทแบบไร้สายผ่านเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยเทคโนโลยีที่ใช้เป็นมาตรฐานของการสื่อสารข้อมูลได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น GPRS,CDMA,EDGE
          ระดับความเร็วในการรับส่งข้อมูลด้วยอินเทอร์เน็ทไร้สาย ในทางทฤษฎีสำหรับ GPRS มีความเร็วสูงสุดประมาณ 83.6 Kbps ส่วน EDGE มีความเร็วสูงสุดประมาณ 236.8 Kbps และ CDMA มีความเร็วสูงสุดประมาณ 2.4 Mbps แต่ในการติดตั้งใช้งานจริงจะต่ำกว่านั้น เช่น GPRS อยู่ที่ 40 Kbps ส่วน CDMA จะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้
          ข้อดีของอินเมอร์เน็ทแบบไร้สาย สามารถเชื่อมต่อได้ทุกที่ทุกเวลาและมีแพ็กเกจให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบเหมาจ่าย รายเดือน คิดเป็นชั่วโมงการใช้งานหรือปริมาณข้อมูลที่ใช้ ส่วนค่าบริการขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละราย

ระบบเครือข่ายวายฟายสาธารณะ

          ระบบเครือข่ายวายฟายสาธารณะ (Wi-Fi public hotspot) เป็นการบริการเชื่อมต่อวยระบบ LAN ไร้สาย ผู้ให้บริการรจะนำอุปกรณ์ะบบ LAN ไร้สาย เช่น ตัวกระจายสัญญาณ หรือจุดเข้าใช้ (access point) ที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายภายในอาคารและต่อเข้ากัอินเทอร์เน็ทไปติดตั้งไว้ในสถานที่นั้นๆ เมื่อผ้ใช้บริการนำโน้ตบุ๊ค หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่รองรับเทคโนโลยีวายฟาย

Technology Lesson 4 : หลักการทำงานของอินเทอร์เน็ท

หลักการทำงานของอินเทอร์เน็ท

ไอพีแอดเดรส

          คือ หมายเลขประจำตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับเครือขช่ายอินเทอร์เน็ท เพื่อเอาไว้อ้างอิงหรือติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆในเครือข่าย IP address ถูกจัดเป็นตัวเลขชุดหนึ่งขนาด 32 bit ใน 1 ชุด จะมีตัวเลขถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนละ 8 บิต เท่าๆกัน สามารถแทนค่าได้ 2564 หรือ 4,294,967,296 คำ เพื่อให้ง่ายต่อการจำ เวลาเขียนจึงแปลงเลขให้เป็นฐานสิบก่อน โดยคั่นแต่ละส่วนด้วยเครื่องหมายจุด (.) ดังนั้นในตัวเลขแต่ละส่วนนี้จึงมีค่าได้ไม่เกิน 256 คือตั้งแต่ 0 - 255 เท่านั้น

IPv4

          หมายเลขไอพีแอสเดรสที่ใช้กันทุกวันนี้คือ IPversion4 ซึ่งจะเป็นระบบ 32 บิท ใช้เป็นมาตรฐาน ในการส่งข้อมูลในเครือข่ายอินเทอร์เน็ทที่เติมโตอย่างรวดเร็ว นักวิจัยของ IETF จึงพัฒนาอินเทอร์เน็ทโปรโตคอลรุ่นที่6 IPv6

IPv6

          บางครั้งเรียกว่า next generation internet protocol หรือ IPng เพื่อทดแทนอินเทอร์เน็ทโปรโตคอลรุ่นเดิม เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของตัวโปรโตคอล ให้รองรับกับ IPaddress จำนวนมาก และปรับปรุงคุณลักษณะอื่นๆอีกหลายประการ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและความปลอดภัย รองรับระบบแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลแพ็กเกจให้ดีขึ้น ทำให้สามารถตอบสนองต่อการขยายตัว และความต้องการใช้งานเทคโนโลยีบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ทได้เป็นอย่างดี
ความแตกต่างระหว่าง IPv6 และ IPv4

การกำหนดหมายเลข และการเลือกเส้นทาง

          มี 5 ส่วนใหญ่ๆคือ

  • การกำหนดหมายเลขและการเลือกเส้นทาง
  • ความปลอดภัยอุปกรณ์แปลแอดเดรส
  • การลดภาระในการจัดการของผู้ดูแลระบบ
  • การรองรับการใช้งานในอุปกรณ์พกพา
  • การเพิ่มขนาดแอดเดรสจาก 32 บิท เป็น 128 บิท


โดเมนเนม

          DNS คือชื่อที่ถูกเรียกแทนการเรียกเป็นหมายเลขอินเทอร์เน็ท IPaddress ส่วนใหญ่จะเป็นชื่อที่สื่อความหมายถึงหน่วยงาน หรือเจ้าของเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อใช้เป็นตัวอ้างอิงแทนซึ่งชื่อโดเมน ประกอบด้วยชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ ชื่อโดเมน ชื่อสับโดเมนที่สัมพันธ์กับหมายเลขไอพีของเครื่องนั้นๆ เช่น IP 203.183.233.6 แทนที่ด้วย dusit.ac.th เพื่อมห้ผู้ใช้งานสามารถจดจำชื่อได้ง่ายกว่าจำไอพี
การขอจดทะเบียนโดเมน
          การขอจดทะเบียนโดเมนมี 2 วิธีด้วยกัน คือ

  1. การขอจดทะเบียนให้เป็นโดเมนสากล (.com .edu .int .org .net ) ต้องขอจดทะเบียนกับ www.networksolution.com ซึ่งเดิมคือ www.internic.net
  2. การขอจดทะเบียนที่ลงท้ายด้วย ( .th ) ต้องจดทะเบียนกับ www.thnic.net โดเมนที่ลท้ายด้วย .th ประกอบด้วย
  • .ac.th ย่อมาจาก academic thailand สำหรับสถานศึกษาในประเทศไทย
  • .co.th ย่อมาจาก company thailand สำหรับบริษัทที่ทำธุรกิจในประเทศไทย
  • .go.th ย่อมาจาก government thailand สำหรับหน่วยงานต่างๆของรัฐบาล
  • .net.th ย่อมาจาก network thailand สำหรับบริษัททีทำธุรกิจด้านเคือข่าย
  • .or.th ย่อมาจาก organization thailand สำหรับหน่วยงานที่ไม่แสวงหาผลกำไร
  • .in.th ย่อมาจาก individual thailand สำหรับบุคคลทั่วไป

โดเมนที่ได้รับความนิยม


  • .com ย่อมาจาก Commercial ธุรกิจ
  • .edu ย่อมาจาก Education การศึกษา
  • .int ย่อมาจาก International Organization องค์กรนานาชาติ
  • .org ย่อมาจาก Organization หน่วยงานไม่แสวงหากำไร
  • .net ย่อมาจาก Network หน่วยงานที่มีธุรกิจด้านเครือข่าย


โปรแกรมเว็บบราวเซอร์

Internet Explorer
      ข้อดี

  • เป็นเบราเซอร์ที่มีการใช้งานมากที่สุด
  • สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกเว็บไซต์
  • เมื่อพบปัญหาในการใช้งานสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่าย
  • ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด

      ข้อเสีย

  • ถ้าเปิดเว็บเพจหลายๆหน้าโปรแกรมจะค้าง
  • ใช้หน่วยควาจำคอมพิวเตอร์จำนวนมาก
  • ทำงานช้า เมื่อเปรียบเทียบกับเบราเซอร์อื่นๆ


Google Chrome
      ข้อดี

  • ทำงานเร็ว
  • มีแถบสำหรับการค้นหาข้อมูลที่รวดเร็ว
  • ขนาดไฟล์เล็กใช้พื้นที่ฮาดดิสก์ที่ในกำารจัดเก็บน้อย
  • หน้าต่างดาวน์โหลดอยู่แถบด้านล่าง
  • ดึงแอพพลิเคชั่นของกูเกิลมาใช้งานอย่างสะดวก
  • มีโปรแกรมช่วยแปลภาษาเวลาเข้าใช้เว็บต่างประเทศ

      ข้อเสีย

  • ตัวเคอเซอร์มักจะเลื่อนไปอยู่ด้านหน้าสุด
  • การกำหนดแท็บดำคลุมข้อความทำได้ยาก
  • ไตเติลบาร์สั้น
  • ไม่สามารถเข้าไปยังเว็บไซต์ของสถาบันการเงินต่างๆได้
  • การลบตัวอักษร ถ้าคำที่มีสระอยู่ด้วยกันจะถูกลบไปทั้งหมด


Firefox
      ข้อดี

  • มีอุปกรณ์เสริม (add-ons)
  • ป้องกันการบุกรุกจากสปายแวร์ ไวรัส
  • มีระบบการรักษาความปลอดภัยและระบบการอัพเดทอยู่ตลอดช่วยแก้ปัญหาได้ทันที
  • มีลูกเล่นหลากหลาย

      ข้อเสีย

  • ผู้ใช้มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับโปรแกรม IE 
  • ไม่สามารถแสดงเว็บเพจได้ทุกเว็บเพจหรือถ้าแสดงได้ ข้อมูลอาจไม่สมบูรณ์
  • ไม่สามารถเข้าไปยังเว็บไซต์ของสถาบันการเงินต่างๆได้


Opera
      ข้อดี

  • ทำงานเร็ว
  • รูปลักษณ์สวย
  • มี download manager ในตัว

      ข้อเสีย

  • ฟังก์ชันในการทำงานน้อย บางหน้าเว็บแสดงผลผิดพลาด
  • ไม่รองรับเว็บเพจของสถาบันการเงินต่างๆ


Safari
      ข้อดี

  • โหลดหน้าเว็บได้อย่างรวดเร็ว
  • เข้าถึง java script ได้อย่างรวดเร็ว
  • รองรับ CSS animations และ CSS web front 
  • สแกนข้อมูลได้รวดเร็ว
  • กำจัดไวรัส สปายแวร์ต่างๆได้ดี

      ข้อเสีย

  • ฟังก์ชั่นการทำงานมีไม่มาก
  • มีปัญหาด้านภาษาไทย
  • มีปัญหาเรื่องรูปแบบตัวอักษร

Technology Lesson 4 : ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของอินเทอร์เน็ท

ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของอินเทอร์เน็ท

ประวัติของอินเทอร์เน็ทนอกประเทศ


  • จุดเริ่มต้นจากโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทางการทหารของกระทรวงกลาโหม ARPANET : advanced research project agency เมื่อ พศ.2512
  • พศ.2529 มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ได้วางระบบเครือข่ายอีกระบบหนึ่งเรียกว่า NFSNET
  • มีเครือข่ายอื่นๆอีกหลายเครือข่าย เช่น UUNET, UUCP, BITNET และ CSNET เป็นต้น ซึ่งต่อมาเครือข่ายเหล่านี้ได้เชื่อมต่อเข้าด้วยกันโดยมี NSFNET เป็นเครือข่ายหลัก


ประวัติของอินเทอร์เน็ทในประเทศไทย


  • เริ่มมีการเชื่อมโยงกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ทเป็นครั้งแรกในปีพศ.2530 โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ได้ยื่นขอที่อยู่อินเทอร์เน็ทในประเทศไทย โดยได้นับชื่อ sritrang.pus.th ซึ่งนับว่าเป็นที่อยู่อินเทอร์เน็ทแห่งแรกของประเทศไทย
  • ปีพศ.2535 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เชื่อมต่อกับเครือข่า UUNET ของบริษัทเอกชนที่รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา โดยวงจรเช่า (leased line) มีควาเร็ว 9600 bps
  • ต่อมามีมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งได้ขอเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายผ่านระบบและเรียกชื่อเครือข่ายนี้ว่าไทยเน็ท (thainet) ซึ่งถือเป็นประตู (gateway) แห่งแรกที่นำประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ทสากล
  • ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้จัดจตั้งเครือข่ายแห่งใหม่ขึ้นเรียกว่าเครือข่ายไทยสาร (thaisarn) เป็นประตู (gateway) แห่งที่สองของประเทศไทย


พัฒนาการของอินเทอร์เน็ท


  • เทคโนโลยีในการสร้างเว็ล 3.0 ประกอบด้วย
  • articial intelligence(AI) - เป็นการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างอัตโนมัติ
  • automated reasoning - เป็นการสร้างระบบให้มีการประมวลผลอย่างสมเหตุสมผลแบบอัตโนมัติ โดยใช้หลักการทางคณิตศาสตร์มาช่วยในการวิเคระห์และประมวลผล
  • cognitive architecture - เป็นการนำเสนอระบบประมวลผล ที่มีการทำงานเหมือนกันด้วยการสร้างเครื่องมือในโลกเสมือนมาใช้ในการทำงานจริง
  • composite applications - เป็นระบบประยุต์ที่สร้างจากการรวมหลายระบบเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้น
  • distributed computing - เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่อง ที่สามารถสื่อสารถึงกันได้บนเครือข่ายในการประมวลผล โดยใช้ส่วนที่แตกต่างกันของโปรแกรมเข้ามาช่วยประมวลผลในการทำงาน
  • human-based genetic algorithms - เป็นกระบวนการที่อนุญาตให้มนุษย์ สามารถสร้างนวัตกรรมที่ทำให้สาารถเปลี่ยนแปลง เกียวพันและเชื่อมโยงกันได้หลายรูปแบบแล้วแต่ความต้องการ
  • knowledge representation - เป็นวิธีการที่ระบบใช้ในการเข้ารหัสและเก็บความความรู้ในฐานความรู้
  • web ontology language (OWL) - เป็นภาษาที่ใช้อธิบายข้อมูลในเว็บไซต์จากความสัมพันธ์ โดยพิจารณาจากความหมายของสิ่งต่างๆ ทำให้เกิดประสิทธิภาพใการค้นหาข้อมูล
  • salable vector graphics (SVG) - เป็นรูปแบบของ XML ทีนิยามวัตถุในภาพวาดด้วย Point Path และ Shape
  • semantic web -เป็นเว็บเชิงความหมายที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่สัมพันธ์กันเข้าด้วยกันทั้งจากแหล่งข้อมูลเดียวกันและต่างแหล่งกัน ทำให้เกิดการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้าด้วยกัน
  • semantic wiki - เป็นการอธิบายข้อมูลซ้อนข้อมูล และให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำที่ต้องการได้อย่างถูกต้องและแม่นยำขึ้น
  • software agent - เป็นโปรแกรที่สามารถเป็นตัวแทนในการทำงานที่กำหนดแบบอัตโนมัติ